เหตุใดเอกสารนับพันฉบับของเอปสตีนถูกถอดออกจากเว็บไซต์ และส่งผลต่อเหยื่ออย่างไร
การถอดเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จุดเริ่มต้นของวิกฤตใหม่
wirewag.com – เอกสารเอปสตีนถูกถอดออกจากเว็บไซต์, เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ได้ตัดสินใจถอดเอกสารนับพันฉบับที่เกี่ยวข้องกับคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ออกจากเว็บไซต์ทางการ หลังจากมีการร้องเรียนอย่างเร่งด่วนจากเหยื่อและทีมทนายความว่า เอกสารที่ถูกเผยแพร่นั้นมีช่องโหว่ในการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล จนทำให้ตัวตนของผู้รอดชีวิตจากการล่วงละเมิดทางเพศตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรง
การเปิดเผยเอกสารดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดตามกฎหมาย ที่บังคับให้รัฐบาลกลางต้องเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ระบุชัดเจนว่าต้องมีการปกปิดข้อมูลใด ๆ ที่สามารถใช้ระบุตัวตนของเหยื่อได้
ช่องโหว่ในการปกปิดข้อมูล และความผิดพลาดของระบบ
ข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่ควรถูกเปิดเผย
ทนายความของเหยื่อระบุว่า เอกสารที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม มีข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมาก เช่น บัญชีอีเมลส่วนตัว ภาพถ่ายเปลือย ข้อมูลทางการเงิน และภาพใบหน้าที่สามารถระบุตัวตนของเหยื่อได้อย่างชัดเจน
ในหลายกรณี แม้จะมีการขีดเส้นทับชื่อ แต่ก็ยังสามารถอ่านหรือคาดเดาชื่อจริงได้ ขณะที่บางไฟล์กลับแสดงภาพถ่ายของผู้รอดชีวิตที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะมาก่อน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง
คำชี้แจงจากกระทรวงยุติธรรม
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยอมรับว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจมาจาก “ความบกพร่องทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์” และระบุว่า ได้ดำเนินการลบเอกสารทั้งหมดที่มีการร้องเรียนออกจากเว็บไซต์แล้ว พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ผลกระทบต่อเหยื่อ การถูกทำร้ายซ้ำทางจิตใจ
ชีวิตที่เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน
กลุ่มทนายความของเหยื่อระบุว่า ความผิดพลาดครั้งนี้ได้ “เปลี่ยนชีวิตของเหยื่อเกือบ 100 รายอย่างสิ้นเชิง” เหยื่อหลายคนต้องเผชิญกับความหวาดกลัว ความวิตกกังวล และการถูกคุกคาม หลังจากข้อมูลส่วนตัวถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
เหยื่อบางรายเขียนจดหมายแนบถึงศาลรัฐบาลกลาง โดยระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เป็นเรื่อง “คุกคามต่อชีวิต” และมีอย่างน้อยหนึ่งรายที่อ้างว่าได้รับการข่มขู่เอาชีวิต หลังจากรายละเอียดบัญชีธนาคารส่วนตัวของเธอถูกเผยแพร่ออกไป
เสียงจากผู้รอดชีวิต
แอนนี ฟาร์เมอร์ หนึ่งในเหยื่อผู้รอดชีวิต ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ความเสียหายจากการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้รุนแรงจนทำให้เธอไม่สามารถโฟกัสกับข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกเปิดเผยได้ ขณะที่ ลิซา ฟิลลิปส์ เหยื่ออีกคนกล่าวว่า ผู้รอดชีวิตจำนวนมาก “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” กับวิธีการจัดการของ DOJ
การดำเนินการทางกฎหมาย และแรงกดดันจากศาล
คำร้องฉุกเฉินต่อศาลรัฐบาลกลาง
ทนายความ บริตทานี เฮนเดอร์สัน และ แบรด เอ็ดเวิร์ดส์ ได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์ก เพื่อขอให้มีคำสั่งถอดเว็บไซต์ที่ใช้เผยแพร่เอกสารดังกล่าว โดยระบุว่านี่คือ “การละเมิดความเป็นส่วนตัวของเหยื่อที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา”
ศาลได้รับแจ้งว่าขณะนี้เกิด “ภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการแทรกแซงโดยทันที” เนื่องจากมีการเปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อในหลายพันกรณี
บทบาทของรัฐสภาและกฎหมาย
การเปิดเผยเอกสารเอปสตีนเป็นผลมาจากกฎหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม ภายใต้แรงกดดันจากสมาชิกสภาคองเกรสทั้งสองพรรค ซึ่งกำหนดให้ DOJ ต้องเปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ หลังจากพลาดเส้นตายตามกฎหมายไปแล้วถึง 6 สัปดาห์
ภาพรวมของเอกสารที่ถูกเปิดเผย
ปริมาณข้อมูลมหาศาล
นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนแล้วนับล้านหน้า โดยเฉพาะการเปิดเผยล่าสุดที่มีเอกสารมากกว่า 3 ล้านหน้า ภาพถ่ายกว่า 180,000 ภาพ และวิดีโอประมาณ 2,000 รายการ
DOJ ระบุว่า จากเอกสารนับล้านหน้า มีเพียงประมาณ 0.1% เท่านั้นที่ยังพบข้อมูลซึ่งสามารถใช้ระบุตัวตนของเหยื่อได้ แต่สำหรับผู้รอดชีวิต ตัวเลขเพียงเล็กน้อยนี้กลับสร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างมหาศาล
บทสรุป ความโปร่งใสที่ต้องไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์
กรณีการถอดเอกสารของเอปสตีนสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายระหว่าง “ความโปร่งใสของรัฐ” กับ “การคุ้มครองสิทธิของเหยื่อ” อย่างชัดเจน แม้การเปิดเผยข้อมูลจะมีเป้าหมายเพื่อความยุติธรรมและความรับผิดชอบ แต่หากขาดการปกป้องที่รัดกุม ก็อาจกลายเป็นการทำร้ายผู้รอดชีวิตซ้ำอีกครั้ง
สำหรับเหยื่อของเจฟฟรีย์ เอปสตีน การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด และเสียงเรียกร้องของพวกเขายังคงย้ำเตือนว่า ความยุติธรรมที่แท้จริง ต้องไม่แลกมาด้วยความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของผู้บริสุทธิ์
เอกสารเอปสตีนถูกถอดออกจากเว็บไซต์
แหล่งที่มา : www.bbc.com





