เตือนด่วน! 20 จังหวัดวิกฤต PM2.5 พุ่งสูง – เตรียมรับมือฝุ่นสะสม 7 วัน
wirewag.com – สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 กำลังเป็นปัญหาหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ล่าสุดศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ อยู่ในระดับวิกฤต ฝุ่นละอองพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งทางการได้แนะนำให้ประชาชน ทำงานจากบ้าน (WFH) ระหว่างวันที่ 12-13 มกราคม 2569 เพื่อความปลอดภัย
PM2.5 คืออะไร? ผลกระทบต่อสุขภาพและการป้องกัน
คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายด้าน เช่น:
-
หายใจลำบาก ไอ จาม หรือระคายเคืองตา
-
ผู้ป่วยโรคหัวใจและปอดมีความเสี่ยงสูงขึ้น
-
เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสเจ็บป่วยจากฝุ่นสูง
การเฝ้าระวังค่า เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศปิดและฝุ่นสะสมตัว
20 จังหวัดเสี่ยง PM2.5 พุ่งสูง – ภาคกลาง-เหนือ-อีสาน
จากรายงานล่าสุด พบว่า 20 จังหวัดที่ฝุ่น พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่:
ปริมณฑล
-
กรุงเทพฯ
-
ปทุมธานี
-
นนทบุรี
-
นครปฐม
-
สมุทรสาคร
-
สมุทรปราการ
ภาคกลางและตะวันตก
-
ชัยนาท
-
สิงห์บุรี
-
สระบุรี
-
อ่างทอง
-
ราชบุรี
-
สมุทรสงคราม
-
อุทัยธานี
ภาคเหนือ
-
ลำพูน
-
พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-
หนองคาย
-
เลย
-
ขอนแก่น
-
นครราชสีมา
ภาคใต้
-
เพชรบุรี (ตอนบน)
การตรวจวัดฝุ่น พบว่าอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และคาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงวันที่ 12-18 มกราคม 2569
คาดการณ์ 7 วันข้างหน้า (12-18 ม.ค. 2569)
จากการวิเคราะห์สภาพอากาศ พบว่า ฝุ่น จะสะสมต่อเนื่อง เนื่องจากอัตราการระบายอากาศต่ำ โดยรายละเอียดแต่ละพื้นที่มีดังนี้:
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
-
ฝุ่นสะสมตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
-
ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
ภาคเหนือและอีสาน
-
เฝ้าระวังในช่วงเวลาบ่าย-เย็น
-
ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรสวมหน้ากาก N95 ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
ภาคกลางและตะวันตก
-
ปริมาณฝุ่นเริ่มหนาตาขึ้น
-
แนะนำติดตามค่าฝุ่น ผ่านแอป Air4Thai
วิธีป้องกัน PM2.5 สำหรับประชาชนและกลุ่มเสี่ยง
เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
1. ตรวจสอบค่าฝุ่นทุกวัน
-
ใช้แอปพลิเคชัน Air4Thai หรือเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ
-
วางแผนกิจกรรมตามค่าฝุ่น
2. สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
-
หน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรอง ได้
-
สำคัญโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและช่วงที่ฝุ่นหนา
3. ลดกิจกรรมกลางแจ้ง
-
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือทำงานกลางแจ้งต่อเนื่อง
-
หากจำเป็นต้องออกข้างนอก ควรสวมหน้ากากและพกแว่นตากันฝุ่น
4. ป้องกันฝุ่นเข้าบ้าน
-
ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
-
ใช้เครื่องฟอกอากาศ และเช็กสภาพกรองอากาศอยู่เสมอ
5. เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง
-
เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ จามมาก หรือหายใจลำบาก ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
สรุป
สถานการณ์ ฝุ่น ในประเทศไทยกำลังวิกฤต โดยเฉพาะใน 20 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพฯ คาดว่าฝุ่นจะสะสมต่อเนื่อง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 12-18 มกราคม 2569 การตรวจเช็กค่าฝุ่นและสวมหน้ากาก N95 เป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ การลดกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันฝุ่นเข้าสู่ตัวบ้านช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มาก
ประชาชนควรติดตามข่าวสารและรายงานฝุ่น อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่างกาย โดยเฉพาะ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว





