Home / news / ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด เลือกจากไปอย่างสงบ

ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด เลือกจากไปอย่างสงบ

เบาหวานขึ้นตาจนบอด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคเบาหวานที่แพทย์เตือน

ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ “จากไป” อย่างสงบ

wirewag.com – เบาหวานขึ้นตาจนบอด, โรคเบาหวานไม่ใช่โรคไกลตัว และไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่หลายคนคิด หากขาดการดูแลอย่างจริงจัง อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ดังเช่น กรณีศึกษาสะเทือนใจจากไต้หวัน เมื่อชายวัย 40 ปี ผู้เป็นทายาทตระกูลมหาเศรษฐี ต้องสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน แม้จะมีทรัพย์สินมหาศาล แต่ก็ไม่อาจรักษาดวงตาให้กลับมาเป็นปกติได้ จนท้ายที่สุดตัดสินใจใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อเลือก “จากไปอย่างสงบ”

เรื่องจริงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในไต้หวัน

แพทย์เปิดเคสผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่มีโอกาสแก้ไข

เรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย นพ.หลิน อี้ซิน (Dr. Lin Yixin) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ผ่านรายการโทรทัศน์ด้านสุขภาพ Health Good Life (健康好生活) โดยระบุว่า คนไข้ชายรายนี้มีอายุเพียง 40 ปี และมีฐานะร่ำรวยมาก แต่เข้ารับการรักษาด้วยอาการ เลือดออกในจอประสาทตา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคเบาหวาน

จากการตรวจพบว่า

  • ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) สูงถึง 13%

  • ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารพุ่งเกิน 600 mg/dL

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับอันตรายอย่างยิ่ง และบ่งชี้ว่าโรคเบาหวานของผู้ป่วยอยู่ในระยะที่รุนแรงและไม่ได้รับการควบคุมมานาน

คุมเบาหวานได้ แต่ดวงตากลับมาไม่ได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่สามารถย้อนกลับ

หลังเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง ผู้ป่วยรายนี้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นภายในเวลาเพียง 3 เดือน

  • HbA1c ลดลงเหลือ 6.2%

  • น้ำตาลหลังมื้ออาหารเหลือประมาณ 160 mg/dL

แม้ผลการควบคุมโรคจะถือว่าดีขึ้นมาก แต่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้นไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ จักษุแพทย์วินิจฉัยว่า ผู้ป่วยต้องตาบอดถาวร เหลือการมองเห็นเพียง 0.1 เท่านั้น

ข่าวร้ายนี้สร้างความสิ้นหวังอย่างหนักให้กับชายหนุ่มรายนี้ เนื่องจากเขาไม่สามารถยอมรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่กับความมืดไปตลอดชีวิตได้

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่สะเทือนใจ

รวยแค่ไหน ก็ไม่อาจซื้อการมองเห็นคืนมา

นพ.หลิน อี้ซิน เล่าว่า ในการพบแพทย์ครั้งสุดท้าย คนไข้ได้กล่าวคำอำลา พร้อมแจ้งว่าเขาตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้ารับการ การุณยฆาต (Euthanasia) ซึ่งเป็นสิ่งที่บางประเทศอนุญาตภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมาย

การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีเงินทองมากมาย แต่หากสุขภาพพังทลายลงแล้ว ก็ไม่อาจซื้อคุณภาพชีวิตกลับคืนมาได้

3 สัญญาณอันตรายจากโรคเบาหวานที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามระยะเวลา

จากรายงานของสื่อไต้หวัน ETtoday แพทย์ได้เตือนถึง 3 ภาวะแทรกซ้อนหลักของโรคเบาหวาน ที่มักเกิดขึ้นหากควบคุมโรคไม่ดี

1. อาการชาจากเส้นประสาท

มักเริ่มปรากฏหลังเป็นเบาหวานประมาณ 5 ปี ผู้ป่วยจะมีอาการมือเท้าชา แสบร้อน หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม

2. โรคไตจากเบาหวาน

มักเกิดหลังเป็นโรคประมาณ 10 ปี เริ่มจากพบโปรตีนในปัสสาวะ จนถึงขั้นปัสสาวะเป็นฟองและไม่หายภายใน 15 วินาที

3. ความผิดปกติของจอประสาทตา

เกิดจากเส้นเลือดฝอยในตาแตก ทำให้เลือดออกในจอประสาทตา และอาจนำไปสู่การลอกของจอประสาทตาและตาบอดถาวร

เบาหวาน อันตรายกว่าที่คิด บางกรณีรุนแรงกว่ามะเร็ง

สถิติชี้ชัด ความเสี่ยงการเสียชีวิตสูงมาก

ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวัน (National Health Insurance Administration) ระบุว่า
ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องถูกตัดอวัยวะ เช่น ขา หรือเท้า

  • มีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 25% ภายในปีแรก

  • และเพิ่มเป็น 50% ภายในปีที่สอง

อัตราดังกล่าวสูงกว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคมะเร็งบางชนิดเสียอีก สาเหตุหลักมาจากการควบคุมโรคที่ไม่ดี เมื่อสูญเสียอวัยวะ ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง นำไปสู่ภาวะนอนติดเตียง และเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในที่สุด

บทเรียนสำคัญ โรคเบาหวานต้องป้องกันก่อนสายเกินไป

ตรวจเร็ว คุมเร็ว ลดความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

ปัจจุบัน โรคเบาหวานในผู้ใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มพบในคนอายุน้อยมากขึ้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ คือวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นกรณีนี้

โรคเบาหวานอาจไม่ทำให้เจ็บทันที แต่ผลลัพธ์ของการละเลย อาจพรากทุกอย่างไปโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว

แหล่งที่มา : www.sanook.com
Tagged:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *