Home / Uncategorized / เช็กสิทธิเลือกตั้งและประชามติ 2569 พร้อมวิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ

เช็กสิทธิเลือกตั้งและประชามติ 2569 พร้อมวิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ

เช็กสิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ 2569 ประชาชนไทยเข้าคูหาเลือกตั้ง

เช็กสิทธิเลือกตั้ง และลงประชามติ 2569 วิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ พร้อมผลกระทบที่ควรรู้

wirewag.com – วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางการเมืองของประเทศไทย เมื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติทั่วประเทศ จะร่วมกันตัดสินอนาคตของประเทศ ทั้งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติเพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญแบบครบถ้วน ตั้งแต่การเช็กสิทธิเลือกตั้ง การเตรียมตัวไปใช้สิทธิ ขั้นตอนในวันเลือกตั้ง วิธีแจ้งเหตุจำเป็นหากไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ไปจนถึงผลที่ตามมาหากไม่ไปเลือกตั้งหรือไม่ออกเสียงประชามติ เพื่อให้ผู้มีสิทธิทุกคนไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

.

ภาพรวมการเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

นับจากต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป คนไทยที่มีอายุ ไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีคุณสมบัติตามกฎหมาย จะมีโอกาสใช้สิทธิทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยในวันเลือกตั้งทั่วไปซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้มีสิทธิจะต้องเข้าคูหาเพื่อ

  • เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

  • ออกเสียงประชามติว่าควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

แม้ผลประชามติจะสะท้อนเสียงของประชาชนโดยตรง แต่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายอีกหลายด่านในอนาคต

บัตรเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิจะได้รับ

บัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ มีกี่ใบ

ในวันเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรรวมทั้งหมด 3 ใบ ได้แก่

  1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

  2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ

  3. บัตรออกเสียงประชามติ

ผู้มีสิทธิควรตรวจสอบและหย่อนบัตรให้ถูกต้องตามประเภท เพื่อหลีกเลี่ยงบัตรเสีย

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

ผู้ที่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีสัญชาติไทย หรือได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง

  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

บุคคลที่ถูกจำกัดสิทธิ ไม่สามารถใช้สิทธิได้

บุคคลต่อไปนี้ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติได้ เช่น

  • ภิกษุ สามเณร หรือนักบวช

  • ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

  • ผู้ต้องคุมขังตามคำสั่งศาล

  • ผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

วิธีเช็กสิทธิเลือกตั้งและสถานที่ใช้สิทธิ

ตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ทางการ

ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง

ภายในเว็บไซต์จะมีเมนูให้เลือกตรวจสอบ 2 ส่วน คือ

  • ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการตรวจสอบ

เพียงกรอก เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ระบบจะแสดงข้อมูลดังนี้

  • เขตเลือกตั้ง

  • หน่วยเลือกตั้ง

  • สถานที่ใช้สิทธิ

  • ลำดับที่ในบัญชีรายชื่อ

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าหรือออกเสียงประชามตินอกเขต ข้อมูลจะแสดงตามสถานที่ที่ลงทะเบียนไว้

หากไม่สามารถไปใช้สิทธิ ต้องทำอย่างไร

การแจ้งเหตุจำเป็นไม่ไปเลือกตั้ง สส.

หากไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ได้ ผู้มีสิทธิต้อง แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมือง

  • แจ้งได้ล่วงหน้า 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง

  • หรือแจ้งย้อนหลัง ภายใน 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง

  • สามารถแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

การแจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงประชามติ

การออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุแยกต่างหาก โดยสามารถแจ้งได้

  • ตั้งแต่หลังประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง

  • จนถึงก่อนวันออกเสียง

  • หรือภายใน 7 วันนับแต่วันออกเสียง

วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องเตรียมอะไรบ้าง

เวลาเปิด-ปิดคูหาเลือกตั้ง

คูหาเลือกตั้งจะเปิดให้ใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

หลักฐานแสดงตนที่ใช้ได้

  • บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)

  • บัตรหรือเอกสารราชการที่มีรูปถ่ายและเลขบัตรประชาชน

  • แอปพลิเคชัน ThaID, DLT QR Licence, PWD

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนเลือกตั้ง สส.

  1. ตรวจสอบรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง

  2. แสดงตน แจ้งลำดับที่

  3. ลงลายมือชื่อและรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

  4. เข้าคูหา กาเครื่องหมาย และหย่อนบัตรลงหีบให้ถูกต้อง

ขั้นตอนออกเสียงประชามติ

  1. แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียง

  2. ลงลายมือชื่อและรับบัตรประชามติ 1 ใบ

  3. เลือก “เห็นชอบ”, “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”

  4. พับบัตรและหย่อนลงหีบประชามติ

ข้อห้ามสำคัญในการเลือกตั้งและประชามติ

การกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

กฎหมายกำหนดข้อห้ามหลายประการ เช่น

  • ห้ามซื้อเสียงหรือรับผลประโยชน์

  • ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

  • ห้ามนำบัตรออกนอกหน่วย

  • ห้ามเล่นการพนันเกี่ยวกับผลเลือกตั้ง

  • ห้ามหาเสียงในช่วงเวลาห้ามหาเสียง

ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในระยะยาว

ไม่ไปเลือกตั้งหรือไม่ออกเสียงประชามติ เสียสิทธิอะไรบ้าง

ผลกระทบหากไม่แจ้งเหตุ

หากไม่ไปเลือกตั้ง สส. หรือไม่ออกเสียงประชามติ และไม่แจ้งเหตุจำเป็น จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี เช่น

  • สมัครรับเลือกตั้ง สส. หรือ สว.

  • สมัครเป็นผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

  • ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง

นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้ง สส. ยัง ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง อีกด้วย

สรุป: ใช้สิทธิวันนี้ เพื่ออนาคตประเทศ

การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ปี 2569 เป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบสิทธิ เตรียมตัวให้พร้อม และไปใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ไม่เพียงรักษาสิทธิของตนเอง แต่ยังมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางประเทศในอนาคตอย่างแท้จริง

หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากคู่มือประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเอกสารทางราชการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มา : www.bbc.com

Tagged:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *