เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 3 ม.ค. 69
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังข้อตกลงหยุดยิง
wirewag.com – เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 3 มกราคม 2569 พบว่ากองทัพไทยยืนยันพื้นที่ควบคุมอยู่ในอธิปไตยไทย หลังข้อตกลงหยุดยิงและส่งตัวทหารกัมพูชากลับประเทศเสร็จสิ้น สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความสงบ แต่เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังบริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่ชายแดนสำคัญอื่น ๆ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือการยกระดับเหตุการณ์โดยไม่จำเป็น การสื่อสารและการปฏิบัติอย่างรอบคอบยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงชายแดนไทย” วันที่ 3 มกราคม 2569 หลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ส่งตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายกลับประเทศเรียบร้อยแล้ว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีสื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่าไทยใช้กำลังยึดดินแดนของกัมพูชาและห้ามประชาชนกัมพูชากลับบ้านนั้น อาจเกิดความเข้าใจผิด
โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า พื้นที่ที่ไทยควบคุมเป็นอาณาเขตเดิมของไทย ซึ่งเคยถูกฝ่ายกัมพูชานำกำลังเข้ามาวางกำลังและมีประชาชนกัมพูชามาตั้งบ้านเรือนผิดกฎหมายมานานกว่า 40 ปี

การป้องกันและควบคุมพื้นที่ชายแดนไทย
ฝ่ายไทยใช้สิทธิตามกฎหมายและกรอบ MOU ในการป้องกันและควบคุมพื้นที่ชายแดน ภายใต้หลักกฎหมายสากล โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันการรุกล้ำ ปรับพื้นที่ให้เป็นระเบียบและอยู่ภายใต้การควบคุมของไทย
การเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาก่อนเกิดการปะทะ มีทั้งการยั่วยุและคุกคาม กองทัพไทยจึงตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง โดยไม่ถือเป็นการรุกรานหรือยึดครองดินแดน
การสื่อสารและการป้องกันการบิดเบือนข้อมูล
กองทัพภาคที่ 1 เตือนกำลังพลและประชาชน งดเผยแพร่เนื้อหาที่อาจบิดเบือนความจริงหรือเสี่ยงต่อ OPSEC เพราะข้อมูลที่เผยแพร่สามารถใช้เป็นหลักฐานในเวทีระหว่างประเทศและอาจตีความผิดได้
เนื้อหาล้อเลียน เยาะเย้ย หรือกระทบทหารฝ่ายตรงข้าม อาจเข้าทางยุทธศาสตร์ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว การนิ่ง สุขุม และระมัดระวังในการสื่อสาร คือพลังเงียบที่ช่วยปกป้องอธิปไตยไทยอย่างยั่งยืน
การตรวจสอบคลิปและการปฏิบัติการพื้นที่
กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงกรณีคลิปโซเชียลเกี่ยวกับบ้านหนองจานว่า การปฏิบัติในพื้นที่นั้นเป็นการทุบทำลายเท่านั้น ไม่ได้เผาทำลายแต่อย่างใด การตรวจสอบยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

แนวชายแดนยังสงบคุมสถานการณ์ ปราสาทพระวิหาร ฝ่ายกัมพูชามีการขยับเล็กน้อย
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 3 ม.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดทั้งวันวานนี้ ( 2 ม.ค.69) พบว่าภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลังและเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด
- ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี–สุรินทร์–บุรีรัมย์ เงียบสงบ
- ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งบริเวณช่องบกและช่องอานม้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ขณะที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ครอบคลุมช่องจอม ช่องเปรอ ช่องระยี ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวผิดปกติ
- แนวพระวิหารพบการเคลื่อนกำลังระดับเล็ก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจนที่สุดยังคงเป็นแนวพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ โดยตรวจพบรถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน เคลื่อนที่ไปทางช่องตาเฒ่า คาดว่าเป็นการปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของที่ตั้งทางทหาร
สรุปสถานการณ์แนวชายแดนไทย–กัมพูชา
กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า แนวชายแดนโดยรวมยังสงบ ปราสาทพระวิหารมีการเคลื่อนกำลังเล็กน้อย ไม่มีการใช้อาวุธหรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่
-
จังหวัดอุบลราชธานี–สุรินทร์–บุรีรัมย์ ยังคงเงียบสงบ
-
แนวพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ มีการเคลื่อนกำลังปรับปรุงที่ตั้งทางทหาร เช่น รถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน
-
ภูมะเขือ และช่องสะงำยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวล
การเก็บกู้กระสุนและวัตถุระเบิดตกค้าง
เจ้าหน้าที่ EOD ตชด.21 ดำเนินการเก็บกู้ระเบิดและกระสุนตกค้างในสวนยางพารา จ.สุรินทร์ พบระเบิดชนิดจรวดต่อสู้รถถัง พีจี 7 และจรวด BM-21 ขนาด 122 มม. ฝังในดินลึก 5 เมตร
การปฏิบัติการต้องใช้ความระมัดระวังสูง เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบพื้นที่และกดชนวนด้วยมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อประชาชน
ผลกระทบต่อชาวบ้านและเกษตรกรชายแดน
ชาวสวนยางพาราได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความกังวลและความเครียดเพิ่มขึ้น เนื่องจากการปะทะที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ และรายได้หลักจากสวนยางลดลงหลายหมื่นบาท
ประชาชนฝากถึงรัฐบาลให้เข้ามาช่วยเหลือและเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรชายแดน

สรุปความเคลื่อนไหวและความมั่นคงชายแดน
-
ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ชายแดนภายใต้กรอบกฎหมาย
-
การปฏิบัติเป็นไปอย่างสงบและระมัดระวัง
-
การสื่อสารและการจัดการข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยและอธิปไตย
-
เกษตรกรยังต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อความอยู่รอด
แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในความสงบและภายใต้การควบคุมของกองทัพไทย
แหล่งที่มา : www.pptvhd36.com






