ตอนนี้เราเหมือนคนตกหน้าผา: ทำไมเวียดนามมีโอกาสแซงเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
เวียดนามเติบโตเร็ว เหนือไทยในอนาคต
wirewag.com – เศรษฐกิจไทย vs เวียดนาม เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามรายงานว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 8.46% สูงสุดในรอบ 14 ปี ส่งผลให้จีดีพีทั้งปีเติบโต 8.02% ซึ่งสร้างความสนใจในสำนักข่าวต่างประเทศอย่างนิกเกอิ เอเชีย ที่ระบุว่า จีดีพีเวียดนามอาจแซงไทยภายในปี 2569-2570
นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการเติบโตนี้เกิดจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การลงทุนจากบริษัทต่างชาติ และเป้าหมายจีดีพีสูงถึง 10% สำหรับปี 2569
Nominal GDP ไม่ใช่มาตรวัดที่เหมาะสม
หลายสื่อไทยหยิบ Nominal GDP ของเวียดนามมาเปรียบเทียบกับไทย แต่ ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตือนว่า การใช้ Nominal GDP เป็นตัวเปรียบเทียบ ผิดหลักเศรษฐศาสตร์ เพราะราคาสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศแตกต่างกัน
“ขายบะหมี่จำนวนเท่ากัน แต่เวียดนามขายแพงกว่า มูลค่ารวมสูงกว่า ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจผลิตของกินได้มากกว่า”
มาตรวัดที่เหมาะสมคือ Real GDP หรือจีดีพีที่ปรับราคาตามปีฐาน ซึ่งสะท้อนความสามารถในการผลิตของจริง
สำหรับปี 2568 Real GDP ของไทยอยู่ที่ 4.71 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 4.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่องว่างค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา
ขนาดเล็กแต่โตเร็ว: จุดแข็งของเวียดนาม
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์เปรียบเทียบว่า เวียดนาม “ตัวเล็กแต่โตเร็ว” ในขณะที่ไทย “อ้วนแต่โตช้า”
เครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจเวียดนามประกอบด้วย
-
ภาคบริการ 42.75%
-
อุตสาหกรรมและก่อสร้าง 37.65%
-
เกษตรกรรม-ประมง 11.64%
-
ภาษีและเงินอุดหนุน 7.96%
ภาคบริการและอุตสาหกรรมเติบโตสูงกว่า 8% ต่อปี ในขณะที่เกษตรกรรมโตเพียง 3.78% ทำให้จีดีพีรวมของเวียดนามขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ท่องเที่ยว: เวียดนามบูมกว่าไทย
ปี 2568 เวียดนามมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 21.16 ล้านคน เติบโต 20.4% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 41% ขณะที่ไทยมีนักท่องเที่ยว 32.9 ล้านคน ลดลง 7.23% และนักท่องเที่ยวจีนลดลง 33.55%
เหตุผลที่เวียดนามเติบโตในด้านการท่องเที่ยวมาจาก เศรษฐกิจไทย vs เวียดนาม
-
ค่าใช้จ่ายถูกกว่า
-
ประสบการณ์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวสนใจ
-
เสถียรภาพทางการเมือง
อย่างไรก็ดี เวียดนามยังตามไทยเรื่อง การเชื่อมโยงและความสะดวกของบริการ
ไทย: เศรษฐกิจซอมบี้ (Zombie Economy)
ปัญหาเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน ผศ.ดร.เกียรติอนันต์อธิบายว่าเหมือน “คนตกหน้าผา” ซึ่งต้องโฟกัสการฟื้นตัวภายในประเทศก่อน
อุปสรรคหลักของไทย
-
ต้นทุนแรงงานสูง แต่เศรษฐกิจโตช้า
-
ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) เผชิญความเสี่ยงสูง
-
การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจยังไม่เกิดผลเต็มที่
“ถ้าไม่แก้ปัญหา 2-3 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะกลายเป็น Zombie economy ที่ฟื้นยาก”
ที่มาของภาพ,Getty Images
คำบรรยายภาพ,หากแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วทิ้งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับต่ำกว่า 2% ต่อไป อีก 2-3 ปี ประเทศไทยจะเจอปัญหาใหญ่ “เราจะกลายเป็น Zombie economy [เศรษฐกิจซอมบี้หรือเศรษฐกิจผีดิบ] ที่มันจะฟื้นไม่ได้”
นโยบายเศรษฐกิจไทย: ต้องขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ชี้ว่าการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมา เน้นอุปทาน (supply-side) มากเกินไป แต่ตลาดไม่ได้ตอบสนอง
แนวทางที่เหมาะสมคือ เน้นอุปสงค์ (demand-side) คือ
-
ค้นหาสินค้าที่ตลาดต้องการ
-
สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ผลิตสินค้าเหล่านั้น
-
ยกระดับคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม เช่น ข้าวประณีต หรือปลาควักไส้ฮาลาล
วิธีนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกอบการและพยุงเศรษฐกิจโดยไม่ทำให้ประชาชนลำบาก
สรุป
แม้ เวียดนามมีศักยภาพเติบโตเร็วกว่าไทย แต่ตอนนี้ไทยยังมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า ความท้าทายสำคัญคือ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจคู่กับการพยุงคนในประเทศ หากทำได้สำเร็จ ไทยยังมีโอกาสคงสถานะได้ แต่หากละเลย 2-3 ปีข้างหน้า ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่และเศรษฐกิจโดยรวมอาจรุนแรง






