สำรวจ 3 ทางเลือก ทรัมป์จะ “ครอบครองกรีนแลนด์” ได้อย่างไร
wirewag.com – ทรัมป์ ครอบครองกรีนแลนด์ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กลับมาอยู่ในความสนใจของเวทีโลกอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณา “ทุกทางเลือก” ที่เป็นไปได้ในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนขนาดใหญ่ในอาร์กติกที่อยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก ตั้งแต่การซื้อขาย การสร้างอิทธิพลทางการเมือง ไปจนถึงการใช้กำลังทางทหาร
แม้แนวคิดนี้จะดูสุดโต่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์มองว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ อย่างยิ่ง ทั้งในด้านการทหาร ทรัพยากร และการแข่งขันอำนาจกับจีนและรัสเซีย
ทำไมกรีนแลนด์จึงสำคัญต่อสหรัฐฯ
กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรเพียงราว 58,000 คน แต่ตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ของอาร์กติก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มหาอำนาจกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น
ทรัมป์เคยกล่าวซ้ำหลายครั้งว่า กรีนแลนด์มีความจำเป็นต่อ “ความมั่นคงของสหรัฐฯ” โดยอ้างว่ามีการเคลื่อนไหวของเรือจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้ แม้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนก็ตาม
จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ บีบีซีได้สรุป 3 ทางเลือกหลักที่ทรัมป์อาจใช้ หากต้องการครอบครองกรีนแลนด์

ทางเลือกที่ 1: ปฏิบัติการทางทหาร
ความเป็นไปได้เชิงยุทธศาสตร์
ในเชิงทหาร การยึดครองกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสหรัฐฯ เนื่องจากเกาะแห่งนี้ไม่มีทหารประจำการของตนเอง และเดนมาร์กมีขีดความสามารถด้านการป้องกันจำกัดในพื้นที่อาร์กติก
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีฐานทัพพิทุฟฟิก (Pituffik) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ได้ทันที หากเกิดปฏิบัติการทางทหาร
ผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรนาโตอย่างรุนแรง
อดีตเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ หลายคนชี้ว่า สภาคองเกรสมีแนวโน้มจะต่อต้าน และอาจใช้กฎหมาย War Powers Act เพื่อสกัดการตัดสินใจของประธานาธิบดี
ทางเลือกที่ 2: ซื้อกรีนแลนด์อย่างเป็นทางการ
อุปสรรคทางกฎหมายและการเมือง
ทรัมป์เคยเสนอแนวคิด “ซื้อกรีนแลนด์” มาแล้วตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่ง และมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนยังมองว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ทั้งรัฐบาลเดนมาร์กและรัฐบาลท้องถิ่นกรีนแลนด์ยืนยันตรงกันว่า “กรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้าสำหรับขาย”
หากจะเกิดการซื้อขายจริง ต้องผ่านการอนุมัติจาก:
-
สภาคองเกรสสหรัฐฯ
-
วุฒิสภาด้วยเสียงสองในสาม
-
สหภาพยุโรป
-
และที่สำคัญที่สุด คือความยินยอมจากประชาชนกรีนแลนด์
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังต้องให้การรับรองข้อตกลงนี้ด้วย

ที่มาของภาพ,Getty Images
คำบรรยายภาพ,ผลสำรวจชี้ว่า ชาวกรีนแลนด์จำนวนมากต้องการแยกตัวจากเดนมาร์ก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ความเสี่ยงต่อฐานเสียงทรัมป์
การใช้เงินภาษีจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อดินแดนน้ำแข็ง อาจขัดกับนโยบาย “America First” และสร้างแรงต่อต้านจากฐานเสียง MAGA ของทรัมป์เอง
ทางเลือกที่ 3: สร้างอิทธิพลและโน้มน้าวชาวกรีนแลนด์
แคมเปญโน้มน้าวระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์มองว่า ทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด คือการสร้าง “แคมเปญโน้มน้าวจิตใจ” แทนการใช้กำลัง ทรัมป์ ครอบครองกรีนแลนด์
สหรัฐฯ อาจเสนอแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ การลงทุน หรือความช่วยเหลือด้านความมั่นคง เพื่อสนับสนุนแนวคิดเอกราชของกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก
แบบอย่างจากประเทศอื่น
สหรัฐฯ เคยใช้แนวทางลักษณะนี้กับประเทศในแปซิฟิก เช่น ปาเลา ไมโครนีเซีย และหมู่เกาะมาร์แชล โดยแลกสิทธิด้านการป้องกันประเทศกับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นระบุชัดว่า ชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และยังไม่มีพรรคการเมืองใดบนเกาะสนับสนุนแนวคิดนี้
บทสรุป: ทางเลือกใดเป็นไปได้มากที่สุด
แม้ทรัมป์จะมีอำนาจและทรัพยากร แต่ทุกทางเลือกในการ “ครอบครองกรีนแลนด์” ล้วนมีต้นทุนสูง ทั้งในเชิงกฎหมาย การเมือง และภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า การใช้กำลังทหารมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด ขณะที่การซื้อขายก็แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ทางเลือกที่ดูเป็นจริงมากที่สุด คือการสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในระยะยาว แต่สุดท้ายแล้ว อนาคตของกรีนแลนด์ยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนบนเกาะเป็นสำคัญ ไม่ใช่เจตจำนงของมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง
แหล่งที่มา : www.bbc.com





