ทานอาหารรสจืดเกินไป ทำให้ร่างกายอ่อนแอและขาดสมดุลจริงหรือไม่? เช็กข่าวชัวร์โภชนาการ
wirewag.com – ทานอาหารรสจืดเกินไป อันตรายไหม, ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยอ้างว่า การรับประทานอาหารที่รสจืดสนิทหรือจำกัดโซเดียมมากเกินไป อาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดสมดุลของแร่ธาตุ และเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ จนสร้างความกังวลให้กับกลุ่มคนรักสุขภาพที่พยายามลดการบริโภคอาหารเค็ม
ประเด็นดังกล่าวทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า การทานอาหารจืดเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือไม่ หรืออาจมีผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านที่สุด
คำถามที่สังคมสงสัย
การทานอาหารรสจืดเกินไป อันตรายต่อสุขภาพจริงหรือ?
คำถามสำคัญคือ การจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด หรือการทานอาหารที่จืดสนิทจนแทบไม่มีเกลือเลย จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดสมดุล และเสี่ยงต่อภาวะอันตรายจริงหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแพทย์และกรมอนามัย
โซเดียมไม่ใช่ผู้ร้าย หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม
จากการตรวจสอบข้อมูลกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ข้อมูลดังกล่าว มีความถูกต้องทางการแพทย์ โดยโซเดียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ และมีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย
บทบาทสำคัญของโซเดียมในร่างกาย
ทำไมร่างกายถึงขาดโซเดียมไม่ได้
โซเดียมมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่
-
ควบคุมสมดุลน้ำภายในและภายนอกเซลล์
-
ช่วยในการส่งสัญญาณประสาท
-
มีส่วนในการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ
-
ช่วยรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ
หากร่างกายได้รับโซเดียมไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานโดยรวม และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้
ภาวะโซเดียมต่ำในเลือด (Hyponatremia) คืออะไร?
อันตรายจากการจำกัดโซเดียมมากเกินไป
ข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากร่างกายได้รับโซเดียมน้อยเกินไป อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า โซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น
-
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
-
ปวดศีรษะ หน้ามืด วิงเวียน
-
คลื่นไส้ อาเจียน
-
กล้ามเนื้อกระตุก หรือเป็นตะคริว
กรณีรุนแรง เสี่ยงชักและหมดสติ
ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า หากระดับโซเดียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิด สมองบวม ชัก หมดสติ หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
ผลกระทบของอาหารจืดเกินไปในผู้สูงอายุ
ทำไมผู้สูงอายุไม่ควรกินจืดสนิท
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากการทานอาหารจืดเกินไปมากที่สุด เนื่องจากประสาทสัมผัสการรับรสจะลดลงตามวัย
เมื่ออาหาร จืดจนไม่อร่อย ผู้สูงอายุจะมีแนวโน้มรับประทานอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้
-
ได้รับพลังงานไม่เพียงพอ
-
ขาดโปรตีน
-
ขาดแคลเซียมและสารอาหารจำเป็นอื่นๆ
เสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อยและกระดูกพรุน
การกินอาหารได้น้อยลงในระยะยาว อาจนำไปสู่ภาวะ มวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) และเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคกระดูกพรุน ทำให้ล้มง่าย กระดูกหักง่าย และคุณภาพชีวิตลดลงอย่างชัดเจน
กินจืดอย่างไรให้ปลอดภัยและได้สุขภาพดี
กรมอนามัยแนะนำ “จืดพอดี ไม่ใช่จืดสนิท”
กรมอนามัยเน้นย้ำว่า การลดเค็มเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่ไม่ควรตัดโซเดียมออกจากอาหารทั้งหมด โดยคำแนะนำคือ
-
ควรได้รับโซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
-
เทียบเท่ากับเกลือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน
ปริมาณดังกล่าวช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตจากการได้รับโซเดียมมากเกินไป
เทคนิคกินจืดแบบมีคุณภาพ
-
ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเพิ่มรสชาติแทนเกลือ
-
เลือกอาหารสด ลดอาหารแปรรูป
-
ชิมก่อนปรุง ไม่เติมเกลือหรือซอสโดยไม่จำเป็น
-
เน้นความหลากหลายของสารอาหารมากกว่าความจืดสุดโต่ง
สรุปข้อเท็จจริง: กินจืดเกินไป เสี่ยงอันตรายจริง
ข้อสรุปจากการตรวจสอบ
ข้อมูลที่ระบุว่า การทานอาหารรสจืดเกินไปจนขาดโซเดียม ทำให้ร่างกายอ่อนแอและขาดสมดุล เป็นข้อเท็จจริงทางการแพทย์ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ
ผู้บริโภคควรยึดหลัก “ทางสายกลาง” คือ
ลดเค็ม แต่ไม่ตัดโซเดียมออกทั้งหมด
การกินอย่างสมดุล คือกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ทานอาหารรสจืดเกินไป อันตรายไหม
แหล่งที่มา : www.sanook.com





