นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ยังง่วง ? ทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สดชื่น
wirewag.com – นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ยังง่วง ชั่วโมงตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ แต่พอตื่นเช้ามากลับยังรู้สึกง่วง เพลีย และไม่สดชื่น รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน หรือไม่พักผ่อนเต็มที่ ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เพราะความขี้เกียจเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า “คุณภาพการนอน” ของคุณอาจมีปัญหา บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุและวิธีปรับปรุงการนอนให้ดีขึ้น
1. นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณภาพการนอนไม่ดี
การนอนที่ดีไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงที่เรานอน แต่ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพของการนอน โดยเฉพาะการมีช่วงการหลับลึก (Deep Sleep) และการหลับฝัน (REM Sleep) ที่เพียงพอ หากคุณนอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน ร่างกายจะไม่สามารถฟื้นฟูได้เต็มที่ ทำให้คุณรู้สึกง่วงและเพลียแม้จะนอนครบ 8 ชั่วโมงก็ตาม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน
-
เสียงรบกวนในห้อง: เสียงที่ดังหรือเสียงที่ไม่คาดคิดในห้องนอนสามารถรบกวนการหลับลึกและทำให้ตื่นบ่อย
-
แสงในห้องนอน: แสงไฟจากหลอดไฟ หรือแม้แต่แสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดทิ้งไว้ สามารถรบกวนการนอน
-
ที่นอนหรือหมอนไม่เหมาะสมกับสรีระ: การนอนบนที่นอนที่ไม่รองรับร่างกายอย่างดี หรือหมอนที่ไม่สบายอาจทำให้คุณนอนไม่เต็มอิ่ม
-
อุณหภูมิห้อง: ห้องนอนที่มีอุณหภูมิร้อนหรือเย็นเกินไปทำให้คุณนอนหลับไม่สนิท
2. เล่นมือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
การใช้มือถือ แท็บเล็ต หรือดูทีวีในช่วงเวลาก่อนนอนสามารถรบกวนการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วงและพร้อมสำหรับการนอน นอกจากนี้แสงสีฟ้าที่มาจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังมีผลให้หลับไม่ลึก แม้ว่าจะนอนครบ 8 ชั่วโมงก็ตาม
คำแนะนำ:
-
ควรหยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 30-60 นาทีก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการพักผ่อน
-
หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรปรับโหมดถนอมสายตาหรือโหมดกลางคืนที่ช่วยลดการกระทบของแสงสีฟ้า
3. นอนผิดเวลา นาฬิกาชีวภาพรวน
การที่คุณนอนดึกบ่อยๆ หรือสลับเวลานอนในช่วงวันทำงานและวันหยุดอาจทำให้นาฬิกาชีวภาพในร่างกายรวน โดยปกติแล้ว ร่างกายเรามีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนอน เช่น เวลา 10 โมงถึงตี 2 ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้ดีที่สุด
ผลกระทบจากการนอนผิดเวลา:
-
ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูอย่างเต็มที่
-
ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่นและเหนื่อย
-
อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของฮอร์โมนและระบบต่างๆ ในร่างกาย
4. กินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่เหมาะสมก่อนนอน
อาหารบางประเภทและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสามารถทำให้คุณตื่นตัวในช่วงเวลากลางคืน เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือแม้กระทั่งอาหารมันๆ ของทอด หรือของหวานหนักๆ ก่อนนอน จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักและรบกวนการนอนหลับลึก
คำแนะนำ:
-
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น
-
ควรเลือกทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่กระทบการนอน
5. ความเครียดสะสม
แม้ว่าร่างกายจะนอนหลับ แต่สมองยังคงทำงานจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือความคิดวนในหัว ซึ่งส่งผลให้การนอนหลับไม่เต็มที่และพักผ่อนไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ตื่นมารู้สึกเหนื่อยและไม่สดชื่น
วิธีลดความเครียดก่อนนอน:
-
ลองใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึกๆ การฝึกสมาธิ หรือการอ่านหนังสือที่ช่วยให้จิตใจสงบ
-
พยายามหลีกเลี่ยงปัญหาหรือการคิดมากก่อนเข้านอน
6. ขาดการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเหนื่อยและมีความพร้อมในการนอนหลับลึก หากคุณขาดการออกกำลังกายตลอดวัน ร่างกายจะไม่ได้รับความเหนื่อยตามธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้คุณภาพการนอนลดลงและตื่นมาไม่สดชื่น
คำแนะนำ:
-
ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เช่น การเดินเร็ว วิ่ง หรือโยคะ
-
การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับการนอนหลับที่ดีขึ้น
7. อาจมีปัญหาสุขภาพแอบแฝง
หากคุณยังรู้สึกง่วงตลอดทั้งวัน แม้นอนครบ 8 ชั่วโมงและปรับพฤติกรรมต่างๆ แล้ว อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะโลหิตจาง หรือปัญหาฮอร์โมนผิดปกติ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์
คำแนะนำ:
-
หากมีอาการง่วงหรือเหนื่อยอย่างต่อเนื่อง ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจและวินิจฉัย
สรุป
การนอนครบ 8 ชั่วโมงไม่หมายความว่าจะได้รับการพักผ่อนที่มีคุณภาพเสมอไป หากคุณต้องการตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกง่วง ควรใส่ใจทั้งคุณภาพการนอน พฤติกรรมก่อนนอน และสุขภาพโดยรวม การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เช่น หลีกเลี่ยงการใช้มือถือก่อนนอนหรือการออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากาแฟทุกเช้า

