อาหารมื้อสุดท้าย! สาววัย 30 เสียชีวิตหลังกินบุฟเฟต์ไม่กี่ชั่วโมง แพทย์เตือนภัย “ไขมันในเลือดสูง” ห้ามชะล่าใจ
https://wirewag.com/ – อาหารมื้อสุดท้าย สาววัย 30 เสียชีวิตหลังกินบุฟเฟต์, เหตุการณ์สะเทือนใจของหญิงสาววัยเพียง 30 ปี ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันหลังรับประทานอาหารบุฟเฟต์มื้อใหญ่เพียงไม่กี่ชั่วโมง กลายเป็นกรณีศึกษาและอุทาหรณ์สำคัญที่แพทย์ออกมาเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะ ไขมันในเลือดสูง ว่าอย่ามองข้ามอันตรายและห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้
มื้อบุฟเฟต์ที่กลายเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต
หญิงสาวรายนี้ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินในช่วงกลางดึก ด้วยอาการปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรง อาเจียน และหายใจลำบาก อาการเกิดขึ้นหลังจากเธอไปรับประทานอาหารบุฟเฟต์มื้อใหญ่เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งในตอนแรกอาจดูเหมือนอาการอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่ความจริงกลับร้ายแรงกว่านั้นหลายเท่า
แพทย์เผยเคสจริง เตือนเป็นอุทาหรณ์
นพ.สวี่ ปิ่งอี้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันหนาน ได้ออกมาเล่าเคสนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ และไม่พบภาวะนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของตับอ่อนอักเสบในหลายกรณี แต่ผลตรวจเลือดกลับพบตัวเลขที่น่าตกใจ อาหารมื้อสุดท้าย สาววัย 30 เสียชีวิตหลังกินบุฟเฟต์
ค่าไตรกลีเซอไรด์พุ่ง 4,000 mg/dL สัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต
ผลตรวจเลือดพบว่า ค่าไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ของหญิงสาวสูงถึงประมาณ 4,000 mg/dL ซึ่งสูงกว่าค่าปกติหลายสิบเท่า และจัดอยู่ในระดับอันตรายร้ายแรงที่สุด ส่งผลให้เกิด ภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันชนิดรุนแรง
อาการทรุดหนักแม้ได้รับการรักษาเต็มที่
แม้ทีมแพทย์จะรีบนำตัวเข้าห้องไอซียู ใส่ท่อช่วยหายใจ และให้การรักษาอย่างเต็มกำลัง แต่ร่างกายของผู้ป่วยกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นไตวาย หายใจล้มเหลว ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ และภาวะช็อก จนเสียชีวิตลงในวันที่สองของการรักษา
หยุดยาเองเพราะคิดว่า “ยังไม่จำเป็น” จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
จากการซักประวัติเพิ่มเติม แพทย์พบว่า หญิงสาวรายนี้ทราบดีว่าตนเองมีภาวะไขมันในเลือดสูง และเคยรับประทานยาลดไขมันตามคำสั่งแพทย์มาก่อน แต่ตัดสินใจ หยุดยาเอง เนื่องจากไม่ต้องการทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และคิดว่ายังไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
การหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ประกอบกับการรับประทานอาหารไขมันสูงในปริมาณมาก เช่น บุฟเฟต์ จึงกลายเป็นชนวนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดภาวะรุนแรงจนเกินจะเยียวยา
ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง ไม่ได้อันตรายแค่เรื่องอ้วน
หลายคนเข้าใจผิดว่าไขมันในเลือดสูงเป็นเพียงเรื่องรูปร่างหรือความอ้วน แต่ในความเป็นจริง ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้หลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อค่าพุ่งเกินระดับปลอดภัย
ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ควรรู้
-
ปกติ: ไม่เกิน 150 mg/dL
-
สูง: มากกว่า 200 mg/dL
-
รุนแรง: มากกว่า 500 mg/dL
-
อันตรายขั้นสูงสุด: มากกว่า 1,000 mg/dL
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
อาจทำให้เนื้อเยื่อตับอ่อนตาย และเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูง
โรคหัวใจและหลอดเลือด
เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย หลอดเลือดสมองตีบ อัมพฤกษ์ และอัมพาต
ปัญหาตับ
นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ และอาจพัฒนาเป็นตับแข็งในระยะยาว
ความผิดปกติทางผิวหนังและดวงตา
อาจพบตุ่มไขมันสีเหลืองแดงตามผิวหนัง หรือความผิดปกติของหลอดเลือดในจอประสาทตา
แนวทางป้องกันและดูแลตัวเองสำหรับผู้มีไขมันในเลือดสูง
ปรับไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง
แพทย์แนะนำว่า การลดน้ำหนักเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัว สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง น้ำตาล และแป้งขัดขาว รวมถึงงดดื่มแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง
หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้ยา ควรรับประทานอย่างเคร่งครัด และเข้ารับการตรวจติดตามผลสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
สรุปบทเรียนราคาแพงจากมื้ออาหารหนึ่งมื้อ
กรณีของหญิงสาววัย 30 ปีรายนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไขมันในเลือดสูงไม่ใช่เรื่องเล็ก และการหยุดยาเพียงเพราะคิดว่า “ยังไม่เป็นอะไร” อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว หากตรวจพบว่าค่าไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน 500 mg/dL ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางครั้ง มื้ออาหารที่อร่อยที่สุด อาจกลายเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว
แหล่งที่มา : www.sanook.com





