ตอนนี้เราเหมือนคนตกหน้าผา: ปัจจัยที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยอาจถูกเวียดนามแซง
wirewag.com – การเติบโตของ เศรษฐกิจไทยถูกเวียดนามแซง กลายเป็นประเด็นร้อน หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 8.46%
ในวันเดียวกัน สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชีย รายงานว่า “จีดีพีเวียดนามอาจแซงไทยภายในปีนี้” โดยอ้างถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่ตั้งไว้สูงถึง 10% สำหรับปี 2569
แม้ว่าข่าวนี้จะสร้างความกังวลต่อหลายฝ่ายในไทย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เวียดนามอาจแซงไทยได้ในอนาคต แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
Nominal GDP คืออะไร และทำไมถึงไม่ควรใช้เปรียบเทียบ
ตามรายงานของนิกเกอิ เอเชีย ตัวเลขที่ใช้เปรียบเทียบคือ Nominal GDP หรือ จีดีพีตัวเงิน ซึ่งวัดมูลค่าผลผลิตภายในประเทศตามราคาตลาดในปีที่ผลิตสินค้าและบริการ
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า การใช้ Nominal GDP เปรียบเทียบระหว่างประเทศมีข้อจำกัด 2 ประการ
1. Nominal GDP ไม่สะท้อนปริมาณการผลิตจริง
ดร.เกียรติอนันต์ยกตัวอย่างว่า หากไทยและเวียดนามขายบะหมี่ในปริมาณเท่ากัน แต่เวียดนามขายแพงกว่า มูลค่ารวมทางเศรษฐกิจ (Nominal GDP) ของเวียดนามจะสูงกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเวียดนามผลิตของให้คนบริโภคได้มากกว่าไทย
2. ราคาสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ตัวเลขบิดเบือน
Nominal GDP ยังขึ้นอยู่กับ ราคาสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน หากค่าเงินของประเทศหนึ่งแข็งค่าหรือราคาสินค้าสูง ตัวเลข GDP ก็จะสูงตาม แต่ไม่ได้สะท้อนถึงกำลังซื้อหรือคุณภาพชีวิตที่แท้จริง
ปัจจัยที่ทำให้เวียดนามมีโอกาสแซงไทย
แม้ Nominal GDP อาจไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เหมาะสมที่สุด แต่ปัจจัยที่ช่วยให้เวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วมีดังนี้:
1. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
เวียดนามได้ลงทุนโครงการ รถไฟความเร็วสูง, ท่าเรือ, สนามบิน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
2. การเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก
เวียดนามมีอัตราการเติบโตของการส่งออกสูง โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่ม GDP ตัวเงิน
3. แผนการเติบโต GDP สูงถึง 10% ของรัฐบาลเวียดนาม
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายการเติบโตระยะยาว ซึ่งหากดำเนินไปตามแผน จะทำให้ GDP Nominal แตะราว 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569-2570
ทางรอดของไทย: ต้องเร่งปรับตัว
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้เวียดนามจะเติบโตรวดเร็ว แต่ไทยยังมีข้อได้เปรียบในบางด้าน เช่น รายได้ต่อหัว (GDP per capita) ที่สูงกว่าและโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน
1. ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ
ไทยควรเน้น นวัตกรรม, เทคโนโลยี, และการผลิตมูลค่าสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข่งขันราคาสินค้าแบบแมส
2. พัฒนาทักษะแรงงาน
การลงทุนใน ทักษะแรงงานคุณภาพสูง จะช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันกับเวียดนามในภาคอุตสาหกรรมและบริการได้
3. ปรับตัวต่อการลงทุนจากต่างประเทศ
ไทยต้องสร้าง สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ทั้งด้านกฎหมาย การคมนาคม และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ยังไม่ใช่เวลาที่ไทยจะตกใจ
แม้ตัวเลข GDP Nominal ของเวียดนามจะสูง แต่ยังมีปัจจัยหลายด้านที่ต้องพิจารณา เช่น กำลังซื้อ, รายได้ต่อหัว, และคุณภาพชีวิต การเปรียบเทียบด้วยตัวเลข Nominal GDP เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเวียดนาม “แซงไทยแล้ว”
อย่างไรก็ตาม นี่เป็น สัญญาณเตือนให้ไทยเร่งปรับตัว และพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้ยังคงความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้





