เช็กข่าวชัวร์: ตรวจสอบ “5 อาการบ่งชี้ภูมิคุ้มกันตก” จริงหรือไม่?
https://wirewag.com/ – 5 อาการบ่งชี้ภูมิคุ้มกันตก, ในช่วงที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยอ้างว่าอาการผิดปกติบางอย่างของร่างกาย เช่น จามบ่อย เจ็บคอในตอนเช้า เหนื่อยง่าย แผลหายช้า และนอนไม่หลับ เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเริ่มตกและเกิดการอักเสบภายใน ข้อมูลดังกล่าวมักมาพร้อมคำแนะนำการดูแลสุขภาพที่อาจไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง
เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรฐานการเช็กข่าวปลอม (Fake News) ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569 และสรุปผลการตรวจสอบเพื่อชี้แจงให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างถูกต้อง
คำถามที่ถูกตั้งขึ้นในโลกออนไลน์
จริงหรือไม่? 5 อาการเหล่านี้คือสัญญาณ “ภูมิคุ้มกันตก”
ข้อมูลที่ถูกแชร์ระบุว่า หากมีอาการจามบ่อย เจ็บคอตอนเช้า เหนื่อยง่าย แผลหายช้า และนอนไม่หลับ แสดงว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเริ่มอ่อนแอและเกิดการอักเสบ โดยอ้างว่าเป็นสาเหตุเดียวกันทั้งหมด ซึ่งในทางการแพทย์จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้านว่าข้อความดังกล่าวถูกต้องหรือไม่
การตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยผู้เชี่ยวชาญ
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุข พบว่าข้อความที่ถูกแชร์นั้นมีการสรุปสาเหตุของอาการอย่างเหมารวม และใช้คำศัพท์ทางการแพทย์บางคำอย่างไม่เหมาะสม จนอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้
วิเคราะห์อาการแต่ละข้อ: ไม่ได้เกิดจากภูมิคุ้มกันตกเสมอไป
1. จามบ่อย จมูกแห้ง หรือน้ำมูกใส
อาการจามบ่อยหรือมีน้ำมูกใส ส่วนใหญ่มักเกิดจาก โรคภูมิแพ้ หรือ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออากาศเย็น ไม่ได้หมายความว่าภูมิคุ้มกันตกในความหมายที่ร่างกายอ่อนแอจนติดเชื้อง่ายเสมอไป
การดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำขิงอาจช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองชั่วคราว แต่ไม่สามารถรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้
2. เจ็บคอในตอนเช้า เสียงแหบ หรือคอแห้ง
อาการตื่นมาแล้วเจ็บคอหรือเสียงแหบ มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนกรน การหายใจทางปากขณะหลับ หรือภาวะกรดไหลย้อน อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดระดับภูมิคุ้มกันในเลือดโดยตรงตามที่มีการกล่าวอ้าง
3. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
อาการเหนื่อยง่ายเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง และอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะโลหิตจาง โรคหัวใจ โรคปอด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียดเรื้อรัง ดังนั้น การสรุปว่าอาการเหนื่อยง่ายเกิดจากภูมิคุ้มกันตกเพียงอย่างเดียวจึงไม่ถูกต้อง และควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์
4. แผลหายช้า
การหายของแผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อในแผล การไหลเวียนของเลือด ภาวะโภชนาการ หรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน การอ้างว่าแผลหายช้าเกิดจาก “ไซโตไคน์อักเสบ” เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นการนำศัพท์เทคนิคมาใช้โดยขาดบริบททางวิชาการที่ถูกต้อง
5. นอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิท
ปัญหาการนอนหลับมักเกี่ยวข้องกับ สุขลักษณะการนอน (Sleep Hygiene) เช่น การใช้โทรศัพท์ก่อนนอน สภาพแวดล้อมในห้องนอน หรือภาวะความเครียดและความวิตกกังวล มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรงตามที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์
ข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบ
สรุปผลการเช็กข่าว
จากการตรวจสอบ ข้อมูลที่อ้างว่า “5 อาการดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภูมิคุ้มกันตก” จัดเป็นข่าวปลอมและมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง อาการทั้ง 5 ประการมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ไม่สามารถสรุปเหมารวมว่าเกิดจากภูมิคุ้มกันตกเพียงสาเหตุเดียวได้
คำแนะนำถึงประชาชน
อย่าใช้ข้อมูลโซเชียลวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง
ประชาชนไม่ควรหลงเชื่อข้อมูลที่แชร์ต่อกันโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ และไม่ควรนำอาการดังกล่าวไปวินิจฉัยสุขภาพของตนเอง หากมีอาการผิดปกติที่เป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสม
สรุป: รู้เท่าทันข่าวสุขภาพ ป้องกันความเข้าใจผิด
ข่าวสุขภาพที่แชร์บนโลกออนไลน์ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนเชื่อหรือปฏิบัติตาม กรณี เป็นตัวอย่างชัดเจนของข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อ แต่ไม่สอดคล้องกับหลักการแพทย์ การรู้เท่าทันข่าวปลอมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองในยุคดิจิทัล
แหล่งที่มา : www.sanook.com





