รวบแล้วผู้ต้องหาหลบหนีห้องขัง อ้างสิบเวรชวนไปเอง “อย่ามาโทษผม”
จับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดีค้ายาเสพติด หลังตำรวจสิบเวรพาหนี
wirewag.com – ผู้ต้องหาหลบหนีห้องขัง นายเอกลักษณ์ หรือตู่ เดชผลิต ถูกตำรวจนครศรีธรรมราชจับกุมได้แล้ว หลังถูกสิบเวร สภ.ทุ่งใหญ่ พาออกจากห้องขังและซ่อนตัวในขนำสวนยางพาราในพื้นที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่
หลังเกิดเหตุ ศาลจังหวัดทุ่งสงได้ออกหมายจับจ.ส.ต.ธีรวัฒน์ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วน นายเอกลักษณ์ ถูกออกหมายจับฐานหลบหนีการควบคุมโดยอำนาจเจ้าพนักงาน
การสอบสวนผู้ต้องหาหลบหนีห้องขังและข้ออ้างของเขา
จากการสอบสวน นายเอกลักษณ์ ให้การอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ชวนจ.ส.ต.ธีรวัฒน์หลบหนี แต่กลับถูกชวนโดยจ.ส.ต.ธี เอง โดยมีคำพูดว่า “จะไปที่บ้านไหม” และตนจึงยอมไปด้วยโดยไม่มีเจตนาหลบหนี
“เพื่อนอย่าโทษผม เพราะเพื่อนเป็นคนชวนผมไป ทำให้ผมมีความผิดไปด้วย”
นายเอกลักษณ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับจ.ส.ต.ธี แค่รู้จักกันและรู้จักกับน้าของเขาเท่านั้น และในช่วงหลบหนีตนไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะไม่มีโทรศัพท์
การจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีห้องขังอย่างรวดเร็ว
พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุในวันที่ 10 มกราคม 69 ตำรวจได้เร่งไล่ล่าผู้ต้องหาทันที โดยใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถจับกุม นายเอกลักษณ์ และผู้ช่วยเหลือที่ให้ที่พักพิงได้อีกหนึ่งคน ซึ่งผู้ช่วยเหลืออ้างว่าไม่รู้ว่าผู้ต้องหาหนีออกจากห้องขัง
พล.ต.ต.พรชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างของความรวดเร็วและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และมาตรการทางวินัย
จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ถูกสอบสวนอย่างเข้มข้น และถูกสั่งให้ออกจากราชการชั่วคราว เนื่องจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่าได้หลอกพาผู้ต้องหาไปพบลูกและภรรยาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนติดคุก
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตระหนักให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของห้องขังและการควบคุมผู้ต้องหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
ข้อสรุปและความสำคัญของการควบคุมผู้ต้องหา
การหลบหนีของ นายเอกลักษณ์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแม้เจ้าหน้าที่จะเป็นบุคคลที่ไว้ใจได้ แต่ก็ต้องมีระบบตรวจสอบและมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ต้องหาและความเชื่อมั่นของประชาชน
ทั้งนี้ การจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน แสดงถึง ความสามารถของตำรวจในพื้นที่ภาคใต้ และความตั้งใจที่จะรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด





